วันแรก กรุงเทพฯ-หลวงพระบาง-วัดใหม่-พิพิธภัณฑ์-พระธาตุพูสี-ตลาดไนท์พลาซา
07.00 น. คณะพร้อมกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกต่างประเทศ ชั้น 4 ประตูทางเข้าที่ 3 เคาน์เตอร์ F แถว F01-19 สายการบินบางกอกแอร์เวย์(PG) เพื่อเช็คเอกสารการเดินทาง และสัมภาระ
09.15 น. เหินฟ้าสู่เมืองหลวงพระบาง โดยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ เที่ยวบิน PG941
11.15 น. ถึงสนามบินหลวงพระบาง อดีตราชธานีของอาณาจักรล้านช้าง เดิมชื่อ “ศรีสัตนาคนหุตมะราชธานี” เจริญรุ่งเรืองมากในสมัยพระเจ้าฟ้างุ้ม ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวันร้าน....... หลังอาหารนำเข้าที่พักโรงแรมเมืองหลวง / โรงแรมพูสี / โรงแรมมโนลัก / โรงแรมบัวหลวง / โรงแรมช้างคำ หรือเทียบเท่า
บ่าย นำชมวัดใหม่สุวันพูมาราม (Mai Suwannaphumaram Temple) ซึ่งอยู่ถนนศรีสว่างวงศ์ติดกับพระราชวังหลวง สร้างในสมัยพระเจ้าอนุรุท ในปี พ.ศ.2337 หรือชื่อสั้นๆว่า วัดใหม่ วัดนี้เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราชบุญทัน นับเป็นสังฆราชองค์สุดท้ายของลาว มีอุโบสถที่สวยงามด้วยศิลปะแบบอูบมุง และปัจจุบันใช้เป็นโรงเรียนปริยัติธรรม แล้วชมพิพิธภัณฑ์ อดีตเป็นพระราชวังหลวงซึ่งเป็นที่ประทับของเจ้ามหาชีวิตลาว สร้างปี ค.ศ.1904(พ.ศ.2447) โดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศสเป็นผู้ออกแบบ ปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์เมือปี ค.ศ.1975 (พ.ศ.2519) มีหอที่ประดิษฐานพระบาง พระพุทธรูปปางห้ามสมุทร สูง 1.14 เมตร หนัก 54 กิโลกรัม กล่าวกันว่าทำด้วยทองคำ 90 เปอร์เซ็นต์ เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองหลวงพระบางและของชาวลาว ซึ่งเป็นที่มาของชื่อเมืองหลวงพระบาง เดิมเมืองนี้ชื่อเมืองขวา แล้วเปลี่ยนมาเป็น เชียงดง เชียงทอง ตามลำดับ จากนั้นนำท่านไปสักการะพระธาตุพูสี ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง 150 เมตร ใจกลางเมืองหลวงพระบาง นักท่องเที่ยวที่มาเยือนหลวงพระบาง หากไม่ได้ขึ้นไปก็เหมือนมาไม่ถึงหลวงพระบาง สองข้างทางขึ้นพระธาตุร่มรื่นและหอมอบอวลไปด้วยดงดอกจำปาลาวหลากสีสัน(ช่วง กพ.-มีค.) มองจากยอดพูสีคือภาพพานอรามาของราชธานีเก่าแก่ริมแม่น้ำโขง ล้อมรอบด้วยทิวเขาสลับซับซ้อนสมกับนามว่า บ้านผา เมืองภูอูอารยะธรรมล้านช้าง ชมพระอาทิตย์อัสดงและตัวเมืองหลวงพระบางในมุมสูง ซึ่งเบื้องล่างจะมองเห็นพิพิธภัณฑ์ โดยมีแม่น้ำโขงเป็นฉากหลัง และอีกด้านหนึ่งจะเห็นน้ำคานที่ไหลมาบรรจบกับแม่น้ำโขง
19.00 น. รับประทานอาหารค่ำร้าน.... หลังอาหารช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองที่ตลาดไนท์พลาซา(Night Market) เป็นถนนคนเดินตอนเย็นตั้งแต่เวลา 5 โมงเย็นถึงประมาณ 4 ทุ่ม ก็จะมีชาวลาวสูง ลาวเทิง ลาวม้ง ชาวบ้านผานม แม้นแต่ชาวหลวงพระบางเองก็จะนำสินค้าพื้นเมือง ไม่ว่าจะเป็นผ้าปัก ผ้าทอมือ ผ้านุ่ง ผ้าซิ่น เครื่องเงิน เครื่องไม้ สินค้ามากมายถูกวางอยู่บนถนนและริมทางเดินตั้งแต่หน้าพระราชวังจนสุดหัวถนน อิสระตามอัธยาศัย
วันที่สอง ตักบาตรข้าวเหนียว-ตลาดเช้า-ล่องเรือน้ำโขง-ถ้ำติ่ง-บ้านช่างไห-บ้านผานม-น้ำตกตาดกวางซี
05.30 น. ตื่นแต่เช้าร่วมทำบุญใส่บาตรกับชาวเมืองหลวงในวัฒนธรรมของชาวพุทธแบบดั้งเดิม ทุกเช้า
ชาวหลวงพระบางทุกบ้านจะพากันออกมานั่งรอตักบาตรพระสงฆ์ ที่เรียงแถวเดินมาตามถนนเป็นร้อยๆ รูป เป็นภาพยามเช้าที่มีชีวิตชีวา ซึ่งสะท้อนถึงวิถีชีวิตของสังคมอันสงบสุข ความเลื่อมใสศรัทธาที่มีต่อพุทธศาสนาที่หยั่งรากลึกลงในวัฒนธรรมชาวล้านช้าง นับว่าเป็นภาพที่หาดูได้ไม่ง่ายนัก จากนั้นไปชมตลาดเช้าพื้นบ้านริมฝั่งแม่น้ำโขง
07.00 น. รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
08.00 น. นำท่านลงเรือล่องน้ำโขงสู่ถ้ำติ่ง ชมวิวทิวทัศน์และวิถีชีวิตสองฝั่งแม่น้ำโขง ถึงถ้ำติ่งซึ่งเป็นถ้ำอยู่บนหน้าผาริมแม่น้ำโขง เดิมเคยมีพระพุทธรูปทอง เงิน นาก ปัจจุบันเหลือแต่พระพุทธรูปไม้จำนวนนับพันองค์ ถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึก จากนั้นล่องเรือสู่บ้านช่างไห สัมผัสวิถีชีวิตของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำโขง มีอาชีพในการหมักสาโทและต้มเหล้าโรงจำหน่าย และยังเป็นแหล่งรวมสินค้าพื้นเมืองจำพวกผ้าทอลวดลายสวยงามมากมายวางจำหน่าย ได้เวลาสมควรเดินทางกลับ
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวันร้าน.......
บ่าย ออกเดินทางสู่น้ำตกตาดกวางซี ระหว่างทางผ่านหมู่บ้านชนบทชมวิถีชีวิตของชาวบ้าน ถึงน้ำตกตาดกวางซี ซึ่งเป็นน้ำตกที่สวยที่สุดในเขตหลวงพระบาง ชมความงามของน้ำตกที่ลดหลั่นเป็นชั้นๆ อย่างสวยงาม แต่ละชั้นเกิดจากการสะสมของหินปูนที่ไหลปะปนมากับน้ำ พร้อมกับชมความร่มรื่นเขียวชอุ่มรอบๆ บริเวณ ได้เวลาสมควรเดินทางกลับหลวงพระบาง
18.30 น. รับประทานอาหารค่ำร้าน...... หลังอาหารอิสระ พักโรงแรมเมืองหลวง / โรงแรมพูสี / โรงแรมมโนลัก / โรงแรมบัวหลวง / โรงแรมช้างคำ หรือเทียบเท่า
วันที่สาม วัดเชียงทอง-บ้านมรดกโลก-วัดวิชุนราช-พระธาตุหมากโม-บ้านผานมหลวงพระบาง-กรุงเทพฯ
07.00 น. รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
08.00 น. ชมวัดเชียงทอง ซึ่งเป็นวัดหลวงคู่เมืองหลวงพระบาง โดยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชได้โปรดให้สร้างขึ้น และได้รับการอุปถัมภ์จากเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ และเจ้าชีวิตศรีสว่างวงศ์วัฒนามากเป็นพิเศษ บริเวณที่ตั้งของวัดอยู่ตอนหัวโค้งของแผ่นดินที่แม่น้ำคานมาบรรจบกันกับแม่น้ำโขง เป็นศูนย์ศิลปกรรมล้านช้าง ความงามของวัดอยู่ที่ความสงบ สง่า สะอาด มีการวางผังออกแบบ และบำรุงรักษาอย่างดีเยี่ยม ชมสิมหรือโบสถ์ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของศิลปสกุลช่างล้านช้าง ชมบ้านมรดกโลก ที่องค์การยูเนสโก ได้อนุรักษ์ไว้ให้อนุชนรุ่นหลังศึกษา ชมวัดวิชุนราช (Visounnarath Temple) สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าวิชุนราช ในปี พ.ศ.2046 สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระบาง ซึ่งอาราธนามาจากเมืองเวียงคำ มีเจดีย์ปทุมหรือพระธาตุดอกบัวใหญ่ วัดนี้มีพระธาตุเจดีย์องค์ใหญ่รูปทรงคล้ายแตงโมผ่าครึ่ง ทำให้ชาวลาวเรียกกันว่า พระธาตุหมากโม เป็นทรงโอคว่ำ ยอดพระธาตุลักษณะคล้ายรัศมีแบบเปลวไฟของพระพุทธรูปแบบลังกาหรือสุโขทัย เจดีย์นี้อาจดูทรุดโทรมมากแม้จะมีการปฏิสังขรณ์มา 2 ครั้งแล้วในปี พ.ศ.2402 ในสมัยพระเจ้าสักกรินทร์(คำสุก) ซึ่งเป็นพระราชบิดาของเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ ได้โปรดให้มีการบูรณะใหม่และได้มีการบูรณะครั้งใหญ่ในปี พ.ศ.2457 ในรัชสมัยของเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ ได้ค้นพบโบราณวัตถุมีค่ามากมาย เช่น เจดีย์ทองคำ พระพุทธรูปหล่อสำริด พระพุทธรูปทองคำ ปัจจุบันนำไปเก็บไว้ในหอพิพิธภัณฑ์หลวงพระบาง ในพระราชวังหลวงจนปัจจุบัน จากนั้นไปบ้านผานม หมู่บ้านทอผ้าด้วยมือของชาวไทลื้อที่อพยพมาจากสิบสองปันนาที่มีฝีมือในการทอผ้าสวยงามเลือกซื้ออิสระ
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย พักผ่อนอิสระ ได้เวลาสมควรอำลาเมืองหลวงพระบางเดินทางสู่สนามบิน
16.10 น. เหินฟ้ากลับกรุงเทพฯ โดยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ เที่ยวบินที่ PG946
18.10 น. ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ